ผีตกรอบเป็นที่เรียบร้อยในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก! ส่วน แอตมาดริด ยังคงลุ้นแชมป์ต่อไป

ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีมชั่วคราวทีมปีศาจแดง เผยก่อนเกมว่า “แอต.มาดริด ไม่เน้นในเรื่องการครองบอล พวกคอยหาจังหวะโต้กลับเร็วตลอดเวลา เป็นทีมที่มีประสบการณ์สูง ประตูแรกจึงสำคัญ และเราต้องไม่เสียประตูให้ก่อน และจำเป็นต้องยิงขึ้นนำ ให้ได้ก่อน”

ส่วน ดีเอโก ซิเมโอเน เขาทำงานกับทีมมาเป็นปีที่ 11 เผยว่า “พวกเราเตรียมความพร้อมสำหรับเกมนี้ เราเล่นเกมที่แตกต่างมาตลอด แน่นอน ปีศาจแดง แข็งแกร่ง เราจึงต้องระวังเป็นพิเศษ”

ราล์ฟ รังนิก ; หลังจากที่พาลูกทีมชนะ สเปอร์ส 3-1 ได้ บรูโน แฟร์นานดส์ กลับมาลงสนามอีกครั้ง พร้อมกับ สกอต แมคโทมิเนย์ ส่วน ปอล ป๊อกบา, แรชฟอร์ด  ยังคงนั่งสำรอง  นัดนี้ รังนิก ยังคงใช้แผนการเล่น 4-2-3-1

ดีเอโก ซิเมโอเน ; ผลงานล่าสุดในลา ลีกา เขาพาลูกทีมชนะรวด หลังจากแพ้บาร์ซ่า 4-2 ปีนี้ก็ยังคงลุ่มๆดอนๆ แต่ยังคงรั้งอันดับ4อยู่ ส่วนแผนการเล่นของเขาก็สลับกันสองระบบ หลังสาม จะเป็น 3-4-1-2 และ 3-5-2 อีกระบบก็ แบ๊กโฟร์ 4-4-2 แบบมีหมายเลขหกสองตัวตรงกลาง

ในนัดนี้มีการเปลี่ยนแค่คนเดียวจากนัดชนะ กาดิซ ในลา ลีกา 2-1 แบ็กซ้ายยังคงเป็น โลดี นอกนั้นยังเหมือนเดิมทั้งหมด ในแผน 3-5-2 และแตกต่างจากนัดที่เสมอแมนฯยูฯในเกมแรก 3 คน คอร์เรอา , เวอรฺ์ซัลโก และ กอง ดอกเบีย ยังคงนั่งเป็นตัวสำรอง

เริ่มเกมมาได้20นาที แมนฯยูไนเต็ด ยังคงคุมเกมได้หมด แดนกลาง เฟรด, บรูโน, แมกโทมิเนย์ เพรสแย่งบอลจากแอต.มาดริด ได้ดี การเล่นบอลในจังหวะสองก็ทำได้ดีกว่า นั่นอาจเป็นแท็กติกของ ซิเมโอเน ที่เน้นรับในแดนแล้วคอยหาจังหวะที่จะโต้กลับ แต่แดนกลางทั้ง เดอ ปอล, โกเก และ เอร์เรรา ดูเป็นรองทั้งการเพรสและการเก็บบอล  มีโอกาสลุ้นประตูจากเอลังกา เข้าชาร์ตในระยะ 2 หลา จากการส่งบอลของ บรูโน ไปโดนหน้าของ โอบลัค ผีแดงยังจัดระเบียบในการรับมือ แอต.มาดริด ได้ไม่ดีในช่วงแรก

ถึงแม้ว่า แอต.มาดริด รูปเกมจะตามคุมเชิงได้หมด แดนสองยังตกเป็นของแมนฯยูฯ แต่ในแดนสาม การประสานกันระหว่างหน่วยรุกด้วยกันยังไม่ดี ไม่เห็นเพลย์สวยๆ นอกจากจังหวะที่ บรูโน ไหลบอลให้ เอลังก้า ซัดเต็มข้อเกือบเข้า ขณะที่ ซานโช ยังเน้นความสามารถเฉพาะตัวทางด้านซ้าย ส่วนโรนัลโด ถอยลงมาต่ำเพื่อที่จะเล่นบอล แต่ก็ยังคงทำอะไรข้างหน้าไม่ได้เลย ผีจึงมีโอกาสครองบอลเยอะกว่า ทั้งหน้าไลน์กองหลังหรือเล่นบอลจากด้านข้าง  ยังมีลุ้นจากการยิงไกลของ บรูโน แต่ โอบลัค ป้องกันออกไปได้ในช่วงครึ่งแรก

ต่อมาในนาทีที่ 40 จังหวะ เอลังกา เลี้ยงหลบผู้เล่น แอต.มาดริด ก่อนเบียดกับ มาน ดาวา จนล้มลงไป เป็นจังหวะที่น่าจะฟาวล์แต่ผู้ตัดสินก็ได้ปล่อยเกมไหลไปจากการเช็กวีเออาร์ ดูแล้วไม่ฟาวล์ ทำให้ แอต.มาดริด โต้กลับเร็วขึ้นมา จังหวะบอลเลยกลางสนามเข้ามาในแดนผีแดง… เดอ ปอล แทงบอลไปให้กับ เชา เฟลิกส์  ทะลุถึงเขตโทษก่อนพลิกตัวกลับมาตอกส้นให้ กรีสมานน์ ครอส โขกโล่งๆ คนเดียว

ในช่วงครึ่งหลัง ย้อนมองไปในยุคของ ซิเมโอเน เมื่อใดก็ตามที่ทำประตูได้ก่อนก็จะงัดลูกเล่นแบบเขี้ยวลากดินมาใช้ ตั้งแต่ครึ่งหลังช่วงเขี่ยบอลไปจนถึงนาทีที่ 60 ทำให้เกมรุกของผีแดงถึงกับสะดุด ดึงเกมให้ช้าเพื่อตัดฟาวล์แบบเนียนๆ ให้ ผีแดงก็ต้องปรับแผนกันใหม่

เห็นได้ชัดว่าเกมรุกของผีแดงมีจังหวะเดียวที่ ซานโช ซัดเต็มข้อบอลเหินข้ามคานไป จังหวะ ดาโลต์ ย้อยบอลข้ามฟากมาให้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีโอกาสเข้าใกล้เขตโทษน้อยมาก แถมยังเสียบอลบ่อยอีก

ถึง รังนิก เปลี่ยนตัวลงไปก็ไม่ช่วยอะไร ในนาทีที่ 67 รังนิก ตัดสินใจเปลี่ยนนักเตะสามคน นั้นคือ บรูโน แฟร์นานดส์ เปลี่ยนออกแล้วส่ง ป๊อกบา มาแทน เอลังก้า ออกและส่ง แรชฟอร์ด มาแทน และ แมกโทมิเนย์ ออกและส่ง มาติช มาแทน ตัวป๊อกบา มายืนกลางตัวรุกแทน บรูโน ในการทำเกม

สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเกมนี้คือ แมนฯยูไนเต็ด ของ ราล์ฟ รังนิก ไม่สามารถโจมตีแดนสาม แอต.มาดริด ได้ตลอดทั้งเกม ทั้งลูกครอส, การประสานงานของตัวทำข้างหน้าเล่นไม่เข้ากัน มีโอกาสกดดันจากลูกตั้งเตะเท่านั้น

นั่นอาจเป็นแท็กติกของ ดีเอโก ซิเมโอเน ตามสไตล์ของเขา รับอย่างอดทน รอจังหวะเหมาะๆแล้วสวนกลับ แถมได้ประตูจากการสวนกลับก่อนหมดครึ่งแรกหน้าที่ คราวนี้พอเล่นไปเรื่อยยิ่งเวลาผ่านไปผียิ่งกดดัน ครึ่งหลังเจอรถบัสสองชั้นเข้าไปยิ่งยากไปกันใหญ่

การตกรอบครั้งนี้คงโทษ ราล์ฟ รังนิก ไม่ได้มากนัก เพราะดูเหมือนโครงสร้างของทีมที่เปลี่ยนไปตามโค้ชสองคนคนละครึ่งซีซั่น เหมือนมาเริ่มใหม่อีก จึงมองไม่เห็น “แนวทาง” การเล่นอะไรชัดเจนมากนัก

แน่นอนโดยส่วนตัว โรนัลโด มีความสามารถ มีประสบการณ์ แต่ถ้าหากเขาไม่ได้บอล ไม่ได้โอกาสในเกมรุก ไม่มีวิธีการที่ใช้ประโยชน์ของเขา นั่นเท่ากับโดนตัดออกจากเกม และด้วยสภาพร่างกายตอนนี้ คงไม่เหมือนก่อน ซึ่งทุกคนก็มองเห็นกันอยู่